สวัสดี วันนี้ผมอยากมาเล่าเกี่ยวกับ Wisesight หลายคนอ่านแค่หัวข้อก็พอจะรู้แล้วว่า ใช่ … ผมออกจาก Wisesight สิ้นเดือน Jan 2026 เลยอยากจะมาแชร์เรื่องราวว่าทำไมคุณควรจะเข้าไปทำงานซักครั้งหนึ่งกับที่นี่ครับ … Wisesight
Wisesight คือไม่ใช่สถานที่ แต่คือผู้คน

เอาจริงๆ ประโยคนี้ก่อนเข้าไปทำงานนั้นรู้สึกว่าเป็นคำพูดที่สวยหรู ที่ฝ่าย marketing ของแต่บริษัทจะคิดคำนี้ แต่พอได้มาสัมผัสเองค้นพบว่า ที่นี่คือ ผู้คน จริงๆ Wisesight มีขั้นตอนที่เกี่ยวกับคนค่อนข้างเยอะเพื่อให้คนที่อยู่บริษัทนั้นสามารถทำงานได้อย่างปกติสุข ไม่ใช่แค่ทำงานให้จบๆไปวันๆ
ผมเคยสงสัยว่าทำไม ex wisesight (คนที่เคยทำงานที่ wisesight ) นั้นจะกลับมาร่วมงานเลี้ยงเสมอๆ ไม่ว่าจะเป็นงานกินเหล้า เที่ยว outing หรืองานปีใหม่ เกือบทุกครั้งเราจะเห็นคนเก่าๆกลับมาด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ผมไม่แน่ใจว่าหลายๆบริษัทนั้นมีสิ่งที่ดึงดูงได้เหมือนที่นี่ไหม แต่ที่นี่มีและทำได้ดีจริงๆ โอเคร่ายมาเยอะ เราไปดูกันดีกว่าว่าทำไมเขาถึงมีคนกลับมา
ผมอาจจะพูดถึงด้าน Developer Track ซะเยอะนะครับแต่จริงๆในบริษัทนั้น มีหลาย Track ( ถ้าให้เข้าใจง่ายของบริษัทอื่น มันคือ แผนก นั่นแหละครับ )
Ceremony ที่มีเป้าหมาย

การสร้างคนไม่ใช่เรื่องงาน และที่นี่ยกเป็นเรื่องนี้เป็นอันดับต้นๆของบริษัท เพราะฉะนั้นทาง wisesight จะไม่มีงานพวก รีบมากต้องเสร็จตั้งแต่เมื่อวานแต่บอกวันนี้ การมีพิธีการต่างๆ ที่มาจาก Agile process ทำให้คนพยายามจะเข้าใจเป้าหมายของงาน feature ที่เราพยายามร่วมกัน delivery ให้ลูกค้า เราทำ feautre นี้ทำไม เพื่อใคร ใครใช้มัน แล้วเราจะทำอย่างไรให้ดีกว่านี้ process ต่างๆ ถูกสร้างมาเพื่อให้เราสามารถเข้าใจงานผมจะยกตัวอย่างไม่กี่อันแล้วกันนะครับ
Planning
การที่เราร่วมทำงานกับ PM ( Project Manager ) ว่าเราจะทำ feature นี้ ทำได้เท่าไร แล้วเราจะ delivery feature ได้เท่าไร เช่น บาง feature มันใหญ่มาก เราต้องคุยกับทีม PM ว่าสมมติว่า feature ใหญ่ต้องทำ 10 อย่าง เอาไปก่อน 3 ได้ไหม โดย 3 นั้นต้องทำงานขั้นต่ำได้ มีอะไรที่เราต้องกังวล หรือ ทาง PM มีอะไรที่อยากจะให้ลูกค้าเห็นก่อนหลังหรือไม่ เพื่อลด ความกังวลของฝั่ง PM ด้วย คือ ที่นี่เราพยายามทำงานเป็นทีม หมายถึงทั้งบริษัทเราเป็นห่วงกัน ไม่ได้แยกว่าคนละ Track นู้นนี่ เราคุยกันว่า เราจะช่วยกันส่งของที่มีคุณค่าให้กับลูกค้าอะไรบ้างใน sprint นี้
Grooming
ขั้นตอนนี้เป็นเรื่องระหว่าง sprint โดยเราจะมีนัดคุยกับทาง PM Team ว่า Planning ครั้งหน้าที่กำลังจะถึงนั้น เรากำลังจะทำอะไรต่อแล้วข้อมูลครบหรือยังเช่น feature หน้าที่กำลังจะเอาเข้านั้นมี design แต่ละหน้าหรือยัง มีข้อความไหนที่ต้องแสดงแต่ละ state บ้าง หรือ เอามาคุยกับ Dev แล้วทาง Dev เองมีข้อแนะนำอะไรเพิ่มเติม หรือ ตัด flow ไหนหรือว่า มี flow ไหนที่ทางเทคนิคแล้ว มันต้องคิดถึงบ้างไหม เพื่อให้ทาง PM สามารถทำการบ้านหาคำตอบนั้นๆมาให้ทาง Dev team ได้
Tracking Health/Emo/Team check
ขอรวบรัดหน่อยสำหรับเรื่อง Dev แล้วกัน โดยจะมีการ check เรื่องทางจิตใจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคน/ทีม/track เพื่อให้รู้ว่า เราทุกคนในบริษัทจะทำงานได้อย่างมีความสุข ไม่มีการเมืองให้ปวดหัว ไม่มีนินทา ไม่ต้องคิดเรื่องพวกนั้นเพราะว่า ถ้าหากมันเกิดเรื่องทำนองนั้นขึ้นมาทาง Track Dev จะหาทางแก้ไขมันตั้งแต่เริ่มๆเลย มีความเข้าใจความรู้สึกคนทำงาน สมมติว่ามีใครสูญเสีย เราก็รู้ว่าเขาอาจจะทำงานไม่เต็ม 100 เมื่อทุกคนเป็นห่วงกันเหมือนเพื่อน เราจะพยายามใจเขาใจเรา ครับ
Go together, no one left behind

ส่วนตัวชอบแนวคิดนี้อยู่ ต่อให้ใครไม่เก่งอย่างไร แต่ถ้าเรายึดถือเรื่องนี้ในใจเรา เราจะพยายามช่วยเหลือคนข้างหน้าให้ไปพร้อมเรา ทุกวิชาที่อยากเรียนรู้ทาง wisesight สนับสนุนเสมอ ไม่ว่าจะหนังสือ คอร์ส online ที่อยากเรียน และทุกๆ sprint จะมี dev sharing อีกใครชอบเรื่องอะไรก็แชร์ได้ ไม่ใช่แค่เทคนิคอย่างเดียว ผมชอบมาก เพราะเราจะพัฒนาตัวเองได้เสมอ และการที่เราเลือกที่ใช้ Pair Programming จะทำงานช้าเพราะเราเลือกจะก้าวไปพร้อมกัน
Growing up
การเติบโตของคนใน team เป็นหน้าที่ของทุกคนในทีมเช่นกัน ไม่ใช่แค่ Lead team แต่เป็นทุกคนใน team จริงๆ การที่คนๆหนึ่งจะขึ้นเป็น Senior มันไม่ใช่แค่อายุงานว่า เขาอยู่มาหลายปีแล้ว แต่เป็นการผ่านเกณฑ์ที่ทุกคนยอมรับร่วมกัน ว่าการจะเป็น senior นั้นต้องมีความรับผิดชอบอะไรบ้าง ต้องมีต้นแบบหน้าตาเป็นยังไง เพื่อให้เป็นตัวอย่างที่ดีกับน้องๆและทีมอื่นๆ
ให้โอกาสในการแก้ไข และปรับตัว
แน่นอนว่าการที่เราอยู่ด้วยกันจะไม่มีการทำผิดพลาดเลย นั่นเป็นไปไม่ได้เลยครับ เพราะคนเราเรียนรู้จากความผิดพลาด และทุกๆความผิดพลาดนั้นที่ wisesight ให้โอกาสในการแก้ไขสิ่งนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน นิสัย หรือ สกิล และไม่ใช่แค่ว่าเป็น process ที่ทำๆไปนะ แต่ทุกๆขั้นตอนมีการคิดและช่วยกันวางแผนแก้ไข อย่างมีระบบ ระเบียบ เพื่อให้คนคนหนึ่งสามารถปรับตัว และแก้ไข เรียนรู้และเติบโต
แน่นอนครับ ว่าตัวผมเองก็ได้รับโอกาสนี้เหมือนกัน เลยได้รู้ว่ามันมี process สำหรับช่วยเหลือคน ไม่ใช่แบบคนนี้ทำงานไม่ถึง ไม่เข้าตาคัดออก ไม่ใช่แบบนั้นเลย ทาง wisesight มีการพูดคุยช่วยเหลือครับ
พูดมาขนาดนี้ แล้วทำไมไม่ได้ไปต่อล่ะ ?
ส่วนตัวคิดว่า มีหลายอย่างไม่ match กับการทำงาน มุมมอง และนิสัยตัวเองก็เลยคิดว่า ไม่เดินร่วมกันต่อน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าที่นี่ไม่ดีแค่ไม่ match กัน ยังมีอีกหลายสิ่งที่ผมอยากทำ เรียนรู้ product ใหม่ๆ ใจจริงๆก็ยังเสียดายที่ wisesight อยู่เหมือนกัน Enviroment ด้านพัฒนาคนที่ดีมากๆ เรียกได้ว่ามากที่สุดเท่าที่เคยทำงานด้านนี้มาเลย
สิ่งที่เสียใจไม่ได้ไปต่อในปี 2026

ใน Q4 ของปี 2025 ผมเสียใจที่ทีมกำลังจะไปได้สวย แต่ผมไม่ได้ไปต่อกับทีม Typhon ใน wisesight ผมรู้สึกว่าทีมนี้เป็นทีมที่สนุกมากๆ ได้ทำอะไรใหม่ๆ และดูแล product ถึง 3 ตัว ทั้งที่ทีมเอง ณ ตอนแรกไม่ได้มีคนเยอะขนาดนั้น แต่เราก็สามารถ support + ทำ feature ได้ รู้สึกสนุกจริงๆ ปัจจุบันทีมก็ใหญ่ขึ้นและน่าจะมีอะไรสนุกๆที่ได้ทำมากขึ้นอย่างแน่นอน
จริงๆตรงหัวข้อนี้อาจจะเป็นส่วนที่สำคัญของ title บทความนี้เลยครับ ตอนที่ต้องบอกคนในทีมว่าเราต้องไปแล้ว มันยากมากจริงๆ ทั้งๆที่ตอนที่ผมทำ slide ผมคิดว่าเราจะจากกันแบบฮาๆ ก็เล่าๆเรื่องราวในอดีตทั้งดีและร้ายให้น้องๆ ฟัง แต่พอเอาเข้าจริงมันทำใจยากมากๆที่จะบอกลาใครซักคนที่มองเราเป็น part of team และพยายามช่วยเหลือเรามาโดยตลอด คนที่เจอหน้ากันทุกวัน แค่พิมพ์ๆอยู่ น้ำตาจะไหลเอา ถือว่าเป็นภาพที่ประทับใจและอยากจะแชร์ให้คนผ่านมาอ่านได้รู้สึกเหมือนกัน
สิ่งที่ได้ไปต่อในปี 2026

ตัวผมที่เติบโตขึ้น ทั้งด้านการดูแลคน/ทีม/งาน ผมได้เริ่มทำ product ใหม่ๆดู เรียนรู้สิ่งที่ตัวเองพลาดในอดีตและไม่ทำมันอีก เรียนรู้ ราคาของคำพูด และ พฤติกรรม ที่ต้องจ่าย ซึ่งไม่เสียใจที่ทำพลาด เพราะคนไม่ทำพลาดคนคือคนตาย ก็เดินหน้าเปิดโอกาสใหม่ๆที่เข้ามาครับ ทั้งหมดนี้ที่เติบโตขึ้นได้เพราะ wisesight ให้มาเยอะเหมือนกันครับ
ตอนนี้ก็ทำ product ตัวหนึ่งอยู่ใกล้เปิดตัวแล้วเหมือนกัน กำลังอยู่ในช่วงหาคนทดสอบอยู่หวังว่าจะไปต่อได้ แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะถือว่าจะเอามาเรียนรู้อยู่แล้ว ก็หวังว่าคนรอบตัวจะให้โอกาสนี้ครับ
สรุป
ผมคิดว่า ถ้ามีโอกาสจะกลับไปร่วมงานต่างๆของ Wisesight ถ้ามีโอกาสนะ ที่นี่เหมือนบ้านอีกบ้านที่ทำให้เราเติบโตและมีความทรงจำดีๆมากมายจริง ที่นี่ไม่ได้ทำให้ทำงานไปวันๆ พร้อมให้โอกาสและความช่วยเหลือตลอด ถ้าหากว่าใครถามว่าทำงานที่ไหนดี หรืออยากย้ายงานช่วงนี้ บอกได้เลยว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 10 กว่าปี ผมคิดว่า wisesight น่าจะเป็นหนึ่งในคำตอบที่โผล่ขึ้นมาก่อนใครในหัวแน่ๆ
สามารถเข้าไปดูได้ว่าคุณเหมาะกับตำแหน่งไหนได้ที่ https://career.wisesight.com/





